หลังจากทำงานหนักมาทั้งชีวิต ใครๆก็อยากปล่อยวางทุกอย่างลงบ้าง แต่สำหรับหลายๆคนแล้ว “การก้าวเข้าสู่วัยชรา” เป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับชีวิต
เมื่อร่างกายและอารมณ์ไม่ได้จัดการได้อย่างอิสระเหมือนเมื่อก่อน คนแก่หลายๆคนก็เลยต้องพึ่งพาครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นสาเหตุให้หลายๆบ้านต้องจ้างคนนอกมาดูแลผู้สูงอายุในบ้าน หรือส่งคนชราในบ้านไปพักในสถานที่ที่มีมืออาชีพดูแล
หลังจาก Camille Parent ชาว Ontario, Canada ลังเลและพิจารณาที่จะทำแบบนั้น เขาก็ตัดสินใจส่งคุณแม่ที่เป็นอัลไซเมอร์ไปที่โรงพยาบาลซานโฮเซ่ ตอนนั้นเขาดีใจที่ตัวเองได้พบมืออาชีพและสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับมารดา

พนักงานในโรงพยาบาลซานโฮเซ่พูดถึงโรงพยาบาลได้เหมือนสิ่งที่ใจของ Camille ต้องการ พวกเขาโฆษณาว่า “เราดูแลด้วยความรักความเคารพและให้เกียรติ” เหมือนเวลาคนในครอบครัวดูแลกันเอง คำขวัญบนเว็บไซต์เน้นว่า “เราสร้างรูปแบบของการดูแลด้วยความเอาใจใส่และนวัตกรรมใหม่” ใครจะไม่อยากฝากคนที่คุณรักไว้ในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงและคุณภาพดีขนาดนี้

แต่สถานพยาบาลดีๆก็ยังมีเงามืดของความชั่วร้ายแฝงอยู่ ไม่ใช่พนักงานทุกคนในบ้านพักคนชราจะทำทุกอย่างด้วยใจ ตอนแรกที่ Helen แม่ของ Camille เข้าไปพักก็ยังสงบเรียบร้อยดีไม่มีอะไร แต่ไม่กี่เดือนผ่านไป เขาก็เริ่มสงสัยขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะครั้งนึงเขาสังเกตเห็นว่ารอบดวงตาด้านขวาของแม่มีรอยช้ำจนดำ เกิดอะไรขึ้น? ดูไม่เหมือนอุบัติเหตุด้วยซ้ำ เขายอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ก็เลยเริ่มสืบ

เขาแอบติดกล้องไว้ในห้องพักของแม่ เพื่อจะได้สังเกตดูว่าปกติแล้วในชีวิตประจำวันมารดาทำอะไรบ้าง แม้ว่าเขาจะสงสัยและเตรียมใจไว้แล้ว แต่ Camille ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนั้น!
ตอนแรกเลยก็มีพนักงานคนหนึ่งใช้ผ้าปูที่นอนของแม่เขาสั่งน้ำมูก ซึ่งภาพต่อๆมาพัฒนาไปสู่ความรุนแรงทางร่างกายและจิตใจอย่างช้าๆ

พยาบาลสองคนจูบกันอย่างไม่เกรงใจและไม่อายอะไรต่อหน้า Helen นอกจากนั้นกล้องยังจับภาพของพยาบาลหญิงคนหนึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่ของเขาโดยไม่ให้เกียรติใดๆ ถึงขนาดเอาผ้าอ้อมเปื้อนอุจจาระมาโบกบริเวณใบหน้าเธอทำเหมือนกับจะเอามาเช็ดหน้าด้วยซ้ำ

ในกล้องยังจับภาพคนไข้คนอื่นที่เดินเข้าออกห้องของ Helen ได้อย่างสะดวก มาหยิบของในห้องของเธอไปโดยพลการ มองออกว่าหนึ่งในนั้นเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ แต่ Camille ก็เห็นว่าบ้านพักคนชราแห่งนี้ไม่มีมาตรฐานในการดูแลคนป่วยใดๆทั้งสิ้น
ที่แย่ที่สุดก็คือเขาเห็นภาพพยาบาลหญิงคนหนึ่งช่วยเปลี่ยนเสื้อในกางเกงในให้แม่เขาด้วยกิริยาที่โหดร้ายรุนแรง

Helen ต้องเผชิญหน้ากับความเลวร้ายมากมาย แต่เนื่องจากอาการป่วยของเธอแย่ลงเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ Camille มาเยี่ยมเธอ เธอก็พูดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง พนักงานและพยาบาลเหล่านี้ไม่ได้เห็นอกเห็นใจในอาการป่วยของ Helen ข้อเท็จจริงที่กล้องบันทึกไว้ทำให้ Camille โกรธมาก “ผมจะเชื่อใจคนพวกนี้อีกได้ยังไง? หลังจากเห็นภาพพวกนี้แล้ว ใครจะกล้าเชื่อใจพวกเขาอีก?” Camille กล่าว
หลังเรื่องแดงออกมา Alan Cavell CEO ของบ้านพักคนชราก็ออกมาขอโทษ ยอมรับว่าบ้านพักคนชราไม่ได้ดูแลคนป่วยอย่างสมบูรณ์แบบ “นี่เป็นอะไรที่ยอมรับไม่ได้ ผมจะดำเนินการแก้ไขและกำจัดการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนแบบนี้ให้หมดไปจากสถานพยาบาลของผม” Alan กล่าว
ภาพจากกล้องบันทึกวิดีโอในห้องพักของ Helen :

พนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องถูกไล่ออกและโดนตำรวจเรียกไปสอบสวน มีเพียงแค่คนเดียวที่จูบกันในห้องของ Helen ทีได้รับการจ้างงานใหม่ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม Camille ก็ไม่สามารถเชื่อใจบ้านพักคนชราแห่งนี้ได้อีก เขาย้ายแม่ของเขาไปที่อื่นอย่างรวดเร็ว ในที่สุดคณะกรรมการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนผู้อำนวยการโรงพยาบาลแต่สิ่งที่ทำให้ Camille สิ้นหวังก็คือ ไม่มีพนักงานคนใดโดนดำเนินคดีทางอาญาเลย
Helen แม่ของ Camille เสียชีวิตไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2016 เธอเคยเป็นพยาบาลในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เธอมาที่แคนาดาเพื่อต้องการหลบหนีจากระบอบนาซี สุดท้ายก็แต่งงานและมีลูกทั้งหมด 7 คน Camille เล่าว่า การที่แม่ต้องมาเจออะไรแย่ๆในช่วงบั้นปลายชีวิตแบบนี้เป็นความผิดของเขา แต่อย่างน้อยเขาก็หวังว่าจากเคสของแม่ จะสามารถกระตุ้นความสนใจของคนส่วนใหญ่ ทำให้สังคมดูแลสถานพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น คนชราคนอื่นๆจะได้ไม่ต้องทรมาน
แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR
http://www.liekr.com/post_151235.html
No comments:
Post a Comment